|
++เบี้ยแก้สำนักวัดทุ่งโป่งเมืองปายปี2564 ออกโดยพระอาจารย์ปรีชา(ตุ๊มด) เข้มขลังทรงคุณค่าครับ สร้างตามตำราวัดกลางบางแก้วซึ่งพระอาจารย์วัดทุ่งโป่งได้ไปสืบสายวิชามา ด้านในเป็นเบี้ยใส่ปรอทอุดทับด้วยผงวิเศษผสมชันโรง เป็นเบี้ยหุ้มเงินหายาก ขนาดเบี้ย3.5x2.6cm. เลี่ยมเงินลงยาสวยงามพร้อมบูชา++
++++++++++++++++++
“เบี้ยแก้” เป็นเครื่องรางอันทรงคุณค่ามาแต่โบราณกาล โดยทำจากหอยเบี้ยซึ่งบรรจุปรอทไว้ภายใน ทั้งกันทั้งแก้สิ่งชั่วร้าย เสนียดจัญไร คุณไสย คุณคน คุณผี ยาสั่ง ยาเบื่อ ยาเมา พิษสัตว์ร้ายทั้งหลาย โบราณท่านว่า “ปรอท” เป็นสิ่งมีชีวิต มีฤทธิ์ในตัวเป็นรองเพียงแต่เหล็กไหลเท่านั้น แม้ว่าจะยังไม่ผ่านการทำพิธีก็มีฤทธิ์ มีอาถรรพณ์ในตัว พวกผีกลัวมาก “เพราะจะต้องปลุกเสกกำกับ เป็นการประชุมธาตุ หนุนธาตุ เพื่อให้เกิดฤทธิ์ เล่ากันว่ามีผู้พบเห็น หลวงปู่บุญ หลวงปู่เพิ่มแห่งวัดกลางบางแก้ว สามารถปลุกเสกเบี้ยจนคลานได้ อยู่ไม่น้อยปรอทครางในเบี้ย เรื่องที่น่าอัศจรรย์อย่างหนึ่ง ผู้ที่มีสมาธิมั่นสามารถสัมผัสได้ โดยการนำเบี้ยมาวางกลางฝ่ามือทำจิตให้เป็นสมาธิ” จะพบว่าปรอทในตัวเบี้ยมีอาการไหวตัวและมีเสียงเคลื่อนไหวเบา ๆ การทำสมาธิร่วมกับเบี้ยแก้ยังเป็นการรับอิทธิคุณ พลังอำนาจจากเบี้ยแก้เข้าสู่ตัว ถ้าเป็นโรคอยู่ เบี้ยแก้จะดูดโรคภัยถอนออกจากตัวเรา เบี้ยแก้ของดีไม่มีเสื่อม ปกติเครื่องรางของขลังโดยทั่วไปมักจะมีข้อห้ามบางอย่างกำหนดไว้ หากผู้ใดไม่ทำตามจะทำให้ความศักดิ์สิทธิ์นั้นเสื่อมลงไป เบี้ยแก้ไม่มีข้อห้ามใดๆ เบี้ยแก้เปรียบเสมือนทองคำอยู่ที่ไหนก็เป็นทองคำอยู่วันยังค่ำ ไม่ว่าจะอยู่ใต้ถุน ใต้สะพาน ใต้ราวผ้า ไม่แปรเปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่น...
เบี้ยแก้เมื่อเขย่าจะดังขลุกๆ อันเป็นเสียงปรอทที่กรอกเข้าไปในตัวเบี้ยกลิ้งไปกลิ้งมา เนื่องจากสามารถหดและขยายตัวตามอุณหภูมิ หากเขย่าเบี้ยแก้ตอนอากาศร้อนจะไม่ค่อยได้ยินเสียงเพราะปรอทจะขยายตัว แต่ถ้าอากาศเย็นจะมีพื้นที่ว่างในตัวเบี้ยมากกว่า เสียงจะดังฟังชัด สรุปได้ว่า “เบี้ยแก้” มีคุณครอบจักรวาล คือดีทางป้องกัน คงกระพัน กันได้สารพัด เป็นเสน่ห์เมตตาทางโชคลาภอีกต่างหาก ควรจะรีบหาติดตัวกันเอาไว้ ซึ่งเบี้ยแก้นั้นถ้าสร้างถูกวิธีการสร้างยากมาก ซึ่งความเชื่อเรื่องอำนาจที่เหนือธรรมชาติมีมาแต่ครั้งโบราณ เรื่องของเทวดาและภูตผีปีศาจมีอยู่ในความเชื่อของทุกชาติในโลก แน่นอนว่าต้องรวมความเชื่อเรื่องเวทมนตร์คาถาเอาไว้ด้วย เวทมนตร์คาถาต่างๆนั้นนับเป็นเครื่องมือที่ใช้สนองความต้องการของมนุษย์ ให้ใช้ไปในด้านต่างๆสารพัด แต่เมื่อพิจารณาแล้วล้วนไม่พ้นไปจากหลักใหญ่สองประการคือ ใช้ในทางร้ายที่นิยมเรียกว่า “ไสยดำ” และใช้ในทางดีที่นิยมเรียกว่า “ไสยขาว” เป็นที่น่าสังเกตว่า...ทั้งไสยดำไสยขาวนั้น ต่างก็มีความเห็นตรงกันว่า ผู้เรียนรู้ทางเวทมนตร์คาถานั้น จำเป็นที่จะต้องมีวัตถุอาถรรพณ์ หรือของวิเศษประเภทหนึ่งเอาไว้ประจำตัว ซึ่งของวิเศษดังกล่าวนี้ ทั้งทางไสยขาวและไสยดำต่างมีวัตถุประสงค์ในการใช้ตรงกัน...คือใช้ในการป้องกันตัวและใช้ทำลายล้างฝ่ายตรงข้าม นั่นคือต้องมีอาวุธวิเศษประจำตัว โดยอาวุธวิเศษนี้จะต้องมีฤทธิ์ใช้กำจัดศัตรู ใช้ทำลายล้างเวทมนตร์อาถรรพณ์ภูตผีปีศาจ และป้องกันภัยจากอำนาจเร้นลับเหนือธรรมชาติได้
"ชันโรง"โบราณถือกันว่าเป็นของทนสิทธิ์..อานุภาพดีทางป้องกันไฟ กันคุณไสยมนต์ดำ มหาอุด ชันโรงเป็นแมลงตัวเล็กๆคล้ายผึ้ง ชอบกินน้ำหวานจากเกสรดอกไม้เหมือนกัน ทำรังอยู่ใต้ดิน จะอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม และมักชอบทำรังในบริเวณพื้นที่ค่อนข้างเงียบสงบ ห่างไกลจากผู้คนและสัตว์อื่นๆ เมื่อเวลามันถ่ายออกมาจะมีสีดำเหนียวมีกลิ่น หอมประหลาด ซึ่งมันก็จะนำไปสร้างรังให้กับพวกมันนั่นเอง โบราณถือกันว่าชันโรง เป็นของทนสิทธิ์ ที่อาถรรพ์ลี้ลับ อานุภาพของชันโรงใต้ดินนั้นดีทางป้องกันไฟ กันคุณไสยมนต์ดำ มหาอุด แคล้วคลาด นักไสยเวทย์นิยมนำมาอุดที่หลังเบี้ยแก้ และทำเครื่องรางต่างๆ
"ชันโรง" ที่นำมาใช้ประกอบจัดสร้างวัตถุมงคลหรือวัตถุอาถรรพ์นั้น จะเป็นยางไม้เหนียวข้นคล้ายกับชันที่ยาเรือ ตัวชันโรงจะเก็บยางจากไม้ใหญ่ต่างๆนำมาผสมกับมูลแล้วอุดรูร่องรอยสร้างขึ้นเป็นรัง
เราจะสามารถพบเห็นรังของชันโรงได้ตามโคนตันไม้ใหญ่ๆ ตามโพรงของกิ่งไม้และบริเวณดิน ชันโรงใต้ดิน ตามธรรมชาติชันโรง เป็นชื่อของผึ้งชนิดหนี่งมีรังเป็นยางเหนียว สีน้ำตาลเข้มจนถึงดำ ชันโรง ส่วนใหญ่ทำรังบนต้นไม้ ชาวเรือเอาไปอุดรอยต่อของไม้กระดานเรือ มี ๒ ชนิด
คือชันโรงบนต้นไม้และ ชันโรงใต้ดิน ซึ่งชันโรงใต้ดินเป็นของอาถรรพณ์ ปกติชันโรง ใต้ดินอยู่ที่ไหนที่นั่นจะไม่ไหม้ไฟ ชันโรงใต้ดินมีอิทธิคุณ ตามธรรมชาติเป็นมหาอุด กันไฟ กันคุณไสยได้ ในทางวิทยาศาสตร์ก็ให้ความยิ่งใหญ่ไม่แพ้กันเลย คนโบราณ จึงนำ ชันโรง ใต้ดิน มาปิดปากเบี้ยไม่ให้ปรอทหนี ความจริงชันโรงเป็นชื่อของแมลงชนิดหนึ่งที่อยู่ในตระกูลผึ้ง มีขนาดลำตัวเล็กกว่าและไม่มีเหล็กในในตัวเอง นิสัยเป็นมิตร ไม่ดุร้าย มีวิถีชีวิตคล้ายคลึงกับผึ้ง เช่น มีนางพญา มีชันโรงงาน และมีชันโรงตัวผู้สามารถผลิตน้ำหวาน และขยายเผ่าพันธุ์ ในลักษณะ เช่นเดียวกันกับผึ้ง ในสมัยโบราณเราสามารถพบตัวชันโรงได้ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย
ทางภาคเหนือจะเรียกว่า แมลงขี้ตังนี หรือแมลงขี้ตึง แปลว่าแมลงที่ผลิตหรือเก็บน้ำยางได้ ทางภาคอีสานเรียก แมลงขี้สูด นิยมนำมาอุดแคน หรือถ่วงเครื่องดนตรีประเภทระนาด โปงลางทำให้เกิดเสียงไพเราะ
ส่วนภาคใต้เรียกตัว อุง ถ้าตัวเท่าแมลงหวี่เรียกอุงแมงโลม เพราะชอบมาตอมไต่ผู้คนเวลาเดินป่า ถ้าตัวใหญ่เรียก อุงหมี นอกจากนี้ บางพื้นที่ยังรู้จักในชื่อ ตัวชำมะโรง อีกด้วย ชันโรงที่เป็นของดีโดยธรรมชาติ ที่ไม่ต้องปลุกเสกคือ แมลงที่ทำรังในระดับทางเดินของคน มีชื่อเรียกภาษาอีสานว่า สูดเพียงดิน หมายถึงแมลงชนิดนี้ ทำรังระดับเดียวกันกับพื้นดิน แล้วทำท่อขึ้นมาจากพื้นดินครับ
ซึ่งปกติแล้วแมลงชนิดนี้มักจะทำรังในที่สูงครับ เช่นโพรงไม้หรือจอมปลวกครับ สูดเพียงดิน นี้ค่อนข้างจะหายากครับ ถ้าใครเจอให้เก็บไว้เลยนะครับเป็นของดีจากธรรมชาติ เมื่อพบแล้วต้องทำพิธีกรรมตามตำรา แล้วขุดลงไป บางทีต้องขุดลึกถึง ๑-๒ เมตร จึงจะได้ชันโรงตามที่ต้องการ ส่วนชันโรงอีกชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาทำวัตถุอาถรรพ์ ก็คือ ชันโรงที่พบในโพรงไม้ที่ยืนตายซาก โบราณท่านว่าดีนักแล
การทำชันโรงประกอบขึ้นเป็นวัตถุมงคลนั้นถือว่าเป็นพิธีกรรมที่สืบทอดมาแต่โบราณ ผู้ทำจะต้องทรงวิทยาคุณแก่กล้า และรู้จักวิธีการ "หา" ชันโรง ที่นิยมใช้กันมาแต่โบร่ำโบราณจะเป็นชันโรงใต้พื้นดิน โดยจะต้องเริ่มสังเกตโพรงบนพื้นดินที่ยื่นขึ้นมาเป็นรูปกรวย ซึ่งตรงกลางจะกลวง กรวยดินนี้จะกระจัดกระจายอยู่ในละแวกเดียวกันหลายกรวย ซึ่งก็คือทางเข้าออกของตัวชันโรงที่อยู่ใต้ดิน ให้สังเกตบริเวณใกล้ๆ กันนั้นมักจะมีจอมปลวกขึ้นอยู่ด้วยโบราณจารย์นิยมนำชันโรงมาอุดก้นพระชัยวัฒน์ พระกริ่ง เนื่องจากคติความเชื่อว่าชันโรงเป็นตัวช่วยป้องกันไม่ให้วัตถุที่ลงอาคม เม็ดกริ่ง กระดาษสาเขียนยันต์ ผงใบลาน พระคาถา ที่คณาจารย์ทำพิธีและบรรจุไว้ในพระกริ่ง พระชัยวัฒน์ ตลอดจนวัตถุมงคลอื่นๆ หลุดออกไปจากวัตถุมงคลหรืออุดปรอทในเบี้ยแก้
ชันโรงที่นำมาใช้ เป็นชันโรงใต้ดิน + ชันโรงผสมว่านยาด้านป้องกัน ทั้งของไทยและไทยใหญ่รัฐฉาน ซึ่งเป็นชันโรงที่ใช้อุดเบี้ยแก้ รุ่น๒ ของวัดทุ่งโป่งเมืองปาย และชันโรงอธิษฐานจิตจากพ่อแม่ครูอาจารย์แล้ว...
(ผงผสมชันโรงอุดเบี้ยแก้)
-มวลสารพระสมเด็จแหวกม่านสมปรารถนา สำนักวัดทุ่งโป่งเมืองปาย
-ผงสมเด็จบางขุนพรหม ปี2509
-ผงวิเศษวัดบวรฯ กรุงเทพมหานคร
-ผงวิเศษเจ้าคุณศรีฯ วัดสุทัศน์ กทม
-ผงตะไบชนวนพระกริ่งฯ สมเด็จพระสังฆราชฯ(แพ) วัดสุทัศน์ กทม
-ผงวิเศษหลวงพ่อพรหม ติสฺสเทโว วัดขนอนเหนือ จ.อยุธยา
-ผงวิเศษหลวงพ่อเงิน จนฺทสุวณฺโณ วัดดอนยายหอม จ.นครปฐม
-ผงวิเศษหลวงพ่อแช่ม ฐานุสฺสโก วัดดอนยายหอม จ.นครปฐม
-ผงวิเศษหลวงปู่เรือง อาภสฺสโร วัดเขาสามยอด จ.ลพบุรี
-ผงวิเศษหลวงพ่อเนื่อง โกวิโท วัดจุฬามณี จ.สมุทรสงคราม
-ผงอิธะเจ หลวงพ่อกวย ชุตินฺธโร วัดโฆสิตาราม ชัยนาท
-ผงอิธะเจ หลวงปู่ปรง สาสโน วัดธรรมเจดีย์ จ.สิงห์บุรี
-ผงวิเศษหลวงปู่ยิ้ม จนฺทโชโต วัดหนองบัว กาญจนบุรี
-ผงบุเรงนอง หลวงพ่ออุตตมะ อุตฺตมรมฺโภ วัดวังค์วิเวการาม กาญจนบุรี
-ผงอิธะเจ หลวงพ่อสงวน ธมฺมานนฺโท วัดไผ่พันมือ สุพรรณบุรี
-ผงอิธะเจ หลวงพ่อเพี้ยน อคฺคธมฺโม วัดเกริ่นกฐิน ลพบุรี
-ผงวิเศษ หลวงพ่อสละ วัดประดู่ทรงธรรม อยุธยา
-ผงนอโมเข้าห้อง หลวงพ่อคล้อย ฐานธมฺโม วัดถ้ำเขาเงิน จ.ชุมพร
-ผงอิธะเจหลวงปู่สุข สุขเปโม วัดป่าหวาย จ.สิงห์บุรี
-ผงวิเศษหลวงพ่อเงิน วัดพระปรางค์เหลือง นครสวรรค์
-ผงวิเศษหลวงพ่อเดิม พุทธสโร วัดหนองโพธิ์ นครสวรรค์
-ผงวิเศษหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ ชลบุรี
-ผงวิเศษหลวงปู่ศุข เกสโร วัดปากคลองมะขามเฒ่า ชัยนาท
-ผงชมพู(เทพรัญจวน) หลวงพ่อสมนึก วัดหนองถ่านเหนือ
-ผงยาจินดามณี หลวงปู่เพิ่ม ปุญฺญวาสโน วัดกลางบางแก้ว นครปฐม
-ผงยาวาสนาจินดามณี หลวงปู่เจือ ปิยสีโล วัดกลางบางแก้ว นครปฐม
-ผงแร่เขาพรหมชะแง้ หลวงพ่ออุ้น สุขกาโม วัดตาลกง เพชรบุรี
-ผงวิเศษปฐมัง เจ้าสล่าอูกิตติ เมืองลางเคอ พม่า
-ผงวิเศษปฐมัง เจ้าสล่าอูวณฺณสิริ เมืองจ๊อกแม พม่า
-ผงวิเศษปฐมัง เจ้าสล่าอูปัณฑิต๊ะ เมืองกุนเหง พม่า
-ผงแป้งเจิม หลวงพ่ออั้น อภิปาโล วัดโรงโค อุทัยธานี
-ผงแป้งเจิม หลวงพ่อประสิทธิ์ ปุญญมากโร วัดป่าหมู่ใหม่ เชียงใหม่
-ผงปฐมัง/มหาราช/อิธะเจ/ตรีนิสิงเห/พุทธคุณ อาจารย์ชาตรี
-ผงวิเศษทั้ง5ประการ อาจารย์ปุ้ม ปทุมธานี
ดินจากสังเวชนียสถานทั้ง๔ ประเทศอินเดีย
-ผงธูปล้านคำอธิษฐาน จากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทั่วประเทศ
-ดินจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทั่วประเทศ
-ดอกไม้บูชาพระจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทั่วประเทศ
-ตะไคร่พระธาตุที่ศักดิ์สิทธิ์ทั่วประเทศ
-ผงพระกรุจากที่ต่างๆ
-ผงว่าน108
-ผงเกสรดอกไม้ 108
-ผงทานาคา ที่ผัดพระพักตร์พระมหามุนี มัณฑเลย์ ประเทศพม่า
-ผงกะลาตาเดียว และ กะลาไม่มีตา
-ผงแร่เซโยกี
-ผงทรายทับทิม(ทรายคำ)
ทรายน้ำแม่คง
-ผงยาอิจฉาสะยะ 7 ลูกวัน
-ผงยามหาเศรษฐีตัง 5
-ผงยาอะคิดต่อจี เมตตา528
-ผงยาสุระสะตี่
-ผงยาเลจุนอะหน่าตี่
-ผงยาปิยะจุ่งเซ
-ผงยามะโนหารีปานกุมคำ
-ผงยาปฐมัง
-ผงอางและยา16เมืองหลวง
-ผงยาเหม่โหย่เซ
-ผงวิเศษ ห้าร้อยพระอรหันต์ ถ้ำตับเตา ไชยปราการ เชียงใหม่
-ผงพระธาตุพระสีวลี
-ผงปูนพอกองค์พระธาตุวัดร้องขุ้ม/วัดเมืองแปง/วัดจันทร์
-ผงรัก/ทองคำเปลวปิดองค์พระนอนแม่ปูคา เชียงใหม่
-ผงปูนพอกองค์พระนอนแม่ปูคา เชียงใหม่
-ผงใบไม้สะหลีพันต้น
-ผงใบลาน จากธรรมใบลานที่ชำรุด
-ผงส้มป่อยมนต์
-ผงว่านยาทุกชนิด ครูบาปัณฑิต๊ะ วัดพระธาตุดอนยวนคำ พม่า
-ดิน7ท่า/ดิน7โป่ง/ดิน7สระ/ดิน7 บ่อน้ำ/ดิน 7พระอารามหลวง
-ใบไม้รู้นอนทั้ง7
-ผงไม้งิ้วดำ/จันทร์แดง หลวงพ่อประสิทธิ์ วัดป่าหมู่ใหม่(อธิษฐาน)
-ผง66 อังคาร วัดสันติธรรม เชียงใหม่
-ผงแก้วโป่งข่าม/เขี้ยวหนุมาน/แร่ไมก้า/แร่เขาอึมครึม/แร่เกาะล้าน
-ขมิ้นเสก/ยาจินดามณี ตำหรับวัดกลางบางแก้ว นครปฐม
-ผงปูนพอกองค์พระเจ้าตนหลวง จ.พะเยา
-ผงไม้สะหรีคำ ไม้โพธิ์ศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของเมืองยอง พม่า
-ผงจากการสร้างพระทุกรุ่นของวัดทุ่งโป่ง เมืองปาย
-ผงพระกรุ/ผงวิเศษของครูบาอาจารย์แต่โบราณอีกมากมาย
-น้ำมันงาพันพระคาถา เทศน์มหาชาติตั้งธรรมหลวง
-น้ำมันงาดำ หลวงปู่ครูบาสุรินทร์ วัดหลวงศรีเตี้ย ลำพูน
-น้ำมันงาเข้าคำ หลวงปู่ครูบาบุญปั๋น วัดร้องขุ้ม เชียงใหม่
-น้ำมันชาตรี หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง อุทัยธานี
-น้ำบ่อทิพย์ดอยขะม้อ ลำพูน
-น้ำพระพุทธมนต์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)
-น้ำในเศียรพระพุทธรูปหลวงพ่ออุ่นเมือง วัดน้ำฮู อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน
-น้ำสรงพระพักต์พระมหามุนี เมืองมัณฑเลย์ พม่า
-น้ำพระพุทธมนต์แช่พระกริ่งครูบาบุญปั๋น รุ่นเศรษฐีล้มลุก
-ปัญจมหานทีแม่น้ำ 5 สาย (คงคา ยมุนา อจิรวดี มหิ สรภู) ในประเทศอินเดีย
....
ขอมูลทั้งหมดได้รับความเมตตาจากพ่อแม่ครูอาจารย์ พระอุตฺตมปญฺญา วัดทุ่งโป่ง เมืองปาย 17/7/64
"เบี้ยแก้" นับเป็นเครื่องรางของขลังที่เกิดจากภูมิปัญญาพระเกจิคณาจารย์ของไทยโดยแท้ การสร้างสรรค์คัดเลือก "หอยเบี้ยจั่น" ที่ต้องมีฟันครบ 32 มาลงคาถาอาคม กรอก ‘ปรอท’ ลงในตัวเบี้ย ปิดปากด้วย ‘ชันโรง’ ห่อด้วย ‘แผ่นตะกั่ว’ ลงอักขระเลขยันต์ ห่อหุ้มด้วย ‘ด้ายถัก’ ปิดท้ายด้วย ‘การลงรัก’ เพื่อการเก็บรักษา ทุกขั้นตอนดังกล่าวจะต้องมีการบริกรรมคาถาเพื่อสร้างความเข้มขลังตลอดพิธีกรรม โดยแต่ละเกจิอาจารย์ก็จะมีเคล็ดวิชาอาคมที่แตกต่างกันไป ผู้คนส่วนใหญ่นิยมนำ ‘เบี้ยแก้’ มาผูกเอวหรือห้อยคอ หรือนำมาแช่น้ำมนต์ดื่มหรืออาบ เพื่อแก้และป้องกันคุณไสย รวมถึงสิ่งเลวร้ายต่างๆ ลมเพลมพัด ไม่ให้เข้ามากล้ำกราย นอกจากนี้ ‘เบี้ยแก้’ ยังมีพุทธคุณทางด้านเมตตามหานิยมด้วย
++พระปรีชา อินฺทวิชฺชโย วัดทุ่งโป่งเมืองปาย
(ตุ๊มด)++
|