พระล้านนาดอทคอม แหล่งรวมพระเครื่องเมืองเหนือ

พระนางพญากรุวัดสุดสวาสดิ์


พระนางพญากรุวัดสุดสวาสดิ์


พระนางพญากรุวัดสุดสวาสดิ์


พระนางพญากรุวัดสุดสวาสดิ์

ใหม่ กลับหน้าร้าน
ชื่อพระ :
 พระนางพญากรุวัดสุดสวาสดิ์
รายละเอียด :
 พระนางพญากรุวัดสุดสวาสดิ์ พิมพ์มีหูสังฆาฏิ สวยมากครับ ได้มีการขุดค้นพบเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ก่อนการขุดพบพระวัดนางพญา(กรุวัดนางพญาขุดพบครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๔ )คนสมัยก่อนสนใจพระนางพญากรุวัดสุดสวาสดิ์ เพราะอนุภาพพุทธคุณในด้านเมตตามหานิยม และยังเป็นต้นแบบของพระพิมพ์นางพญา กรุวัดนางพญาและวัดต่างๆ ในจังหวัดพิษณุโลก จึงทำให้ผู้คนสนใจพระนางพญากรุวัดสุดสวาสดิ์มากกว่านางพญากรุวัดนางพญา และนางพญากรุวัดสุดสวาสดิ์เป็นพระกรุที่หายากที่สุด มีผู้รู้จักลักษณะที่แท้จริงน้อยมาก จนปัจจุบันในวงการพระเครื่องเกือบจะไม่มีใครกล่าวถึง พระนางพญากรุนี้อีกแล้ว นักสะสมรุ่นเก่าเชื่อว่า มีพุทธคุณในด้านเมตตามหานิยมสูงกว่าพระนางพญากรุวัดนางพญาเสียอีก พระนางพญากรุวัดสุดสวาสดิ์ มีอยู่หลายพิมพ์ทรง ที่เรียกหาแบบเดียวกันกับของวัดนางพญา เช่น พิมพ์ทรงเทวดา พิมพ์ทรงสังฆาฏิ เป็นต้น แต่ของวัดสุดสวาสดิ์จะมีต่อสร้อย เช่น พิมพ์สังฆาฏิหูช้าง ซึ่งลักษณะของใบหูในพระพิมพ์นี้ จะมีลักษณะค่อนข้างใหญ่หนา และกางออกมาก ผิดกับนางพญาสังฆาฏิของวัดนางพญา ถื่อเป็นเอกลักษณ์ของพระนางพญากรุวัดสุดสวาสดิ์อีกอย่างหนึ่ง ส่วนเนื้อหาจะมีความละเอียด หนึกนุ่ม เพราะมีส่วนผสมของว่าน และเกสรดอกไม้ มากกว่าเนื้อดิน ซึ่งแร่ของนางพญาทุกพิมพ์ สามารถแยกได้ด้วยสายตามีอยู่ ๔ ชนิด มีคำกล่าวถึงพระนางพญาวัดสุดสวาสดิ์ จากเซียนพระหลายท่าน อย่าง ตรียัมปวาย เชียร ธีรศาณต์ และ สมศักดิ์ จวงสวัสดิ์ ได้กล่าวถึงสีของเม็ดแร่ทั้ง ๔ ชนิด วรรณะสีสันของพระพิมพ์วัดสุดสวาสดิ์ ส่วนใหญ่ที่พบเห็นจะเป็นสีแดงเข้ม แบบมันปู แดงอ่อน วรรณะอีกชนิดที่มีลักษณะพิเศษ คือ มีสีสวาด มีทั้งสวาดเทา สวาดเหลือง และสวาดเขียว ปัจจุบัน นางพญากรุวัดสุดสวาสดิ์ หาได้ยากเย็นเป็นอย่างยิ่ง คนที่มีก็รักและหวงแหนเป็นอย่างมากกว่า กรุวัดนางพญาเสียอีก เพราะชื่อก็ดี พุทธคุณก็สูงยิ่ง พระกรุวัดนางพญาเพิ่งมาโด่งดังเอาเมื่อ ตรียัมปวาย จัดเข้าชุดเบญจภาคี แต่นางพญากรุวัดสุดสวาสดิ์นั้น มีชื่อเสียงโด่งดังในจังหวัดพิษณุโลกมาเนิ่นนานแล้ว (ขอขอบคุณข้อมูลจากนิตยสาร ลานโพธิ์ และ ร้าน ยุทธ นครพิงค์) ประวัติพระนางพญากรุวัดสุดสวาท โดย พล.ต.ต.ศิลป์พร ภูมะธน หากกล่าวถึงพระเครื่องเมืองพิษณุโลกแล้ว นักเลงพระส่วนใหญ่จะต้องนึกถึง พระนางพญา กรุวัดนางพญา นับเป็นพระเครื่องยอด ปรารถนาของนักเลงพระทั่วไป เป็น 1ใน 5 ของพระชุดเบญจภาคีที่หายากยิ่งและมีราคาแพงมาก แต่ในความทรงจำของนักเลงพระรุ่นเก่าๆ สมัยคุณปู่คุณตาและคุณพ่อ ยังคงกล่าวขวัญถึง พระนางพญา อีกกรุหนึ่ง ก็คือ พระนางพญากรุวัดสุดสวาสดิ์ หรือที่เซียนพระบางท่านเรียกว่า พระนางพญาสุดสวาท อันเนื่องมาจากพระกรุนี้บางองค์มีเนื้อพระ สีสวาด (สีเทาอมเขียว) (สวาด, สวาท, สวาสดิ์ มีความหมายว่า รักใคร่ ยินดี) วัดสุดสวาสดิ์ อยู่หมู่ที่ 3 บ้านบางสะแก ต.บ้านคลอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก จากนิตยสารรายสองเดือน ศิลปากร ของกรมศิลปากร กระทรวงศึกษาธิการปีที่ 38 ฉบับที่2 มีนาคม-เมษายน 2538 หน้าในปกท้าย อธิบายไว้ว่า ....วัดสุดสวาสดิ์ เป็นวัดร้าง เหลือเพียงเนินดินร่องรอยแห่งซากเจดีย์เก่าซึ่งกลายเป็นทุ่งนาไปแล้ว พระเครื่องจากกรุนี้ได้มีผู้ค้นพบปีพ.ศ.2465 มีพระขึ้นจากกรุประมาณ400 องค์เศษ พุทธศิลป์อยุธยา ยุคเดียวกัน หรืออาจจะก่อนหน้าพระนางพญา วัดนางพญาพิษณุโลก เชื่อกันว่า พระวิสุทธิกษัตรี พระราชธิดาใน สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์ และ สมเด็จพระศรีสุริโยทัย ทรงเป็นพระมเหสีของ พระมหาธรรมราชา และทรงเป็นพระราชมารดาของ สมเด็จพระนเรศวร และ สมเด็จพระเอกาทศรถ โปรดให้จัดสร้างขึ้น พระนางพญาสุดสวาทหาชมได้ยากมาก ในปัจจุบัน... (เขียนโดย...คุณทรงวิทย์ แก้วศรี) และจากหนังสือ นครสุโขทัย หน้า 157 โดยคุณสรวง ปุญญฤทธิ์ กล่าวไว้ว่า ....ขึ้นชื่อว่า พระพิมพ์สุดสวาท แล้ว ผู้เฒ่าผู้แก่นิยมกันนัก บางคนถือว่าจะหาพระเครื่องอื่นใดเปรียบให้เสมอเหมือนได้ยาก สันนิษฐานว่าสร้างสมัยเดียว อาจารย์เดียวกับพระพิมพ์นางพญา กรุวัดนางพญา พิษณุโลก ด้วยเหตุที่ พระนางพญาสุดสวาท หาชมได้ยากมากนี่เอง กลับเป็นแรงจูงใจให้นักเลงพระรุ่นใหม่กลุ่มหนึ่ง นำโดย คุณสันต์ วิวัฒนวาณิชย์ และเพื่อน ซึ่งต่างมีความศรัทธาพระกรุนี้ ร่วมแรงร่วมใจกันติดตามค้นหา ใช้ความพยายามอยู่นานจึงเช่าพระได้มาบ้าง ทำให้พระที่เกือบจะสูญหายไป จากตลาดพระ กลับมาสดใสขึ้นอีกวาระหนึ่ง สำหรับ สีของพระนางพญาสุดสวาท ชุดนี้มีอยู่ด้วยกัน 6 สี ได้แก่ สีเหลือง สีเขียว สีแดง สีดำ สีผ่าน (หรือ 2 สี เท่าที่ปรากฎมี สีแดงดำ แดงเขียว สวาทดำ) และสีสวาทสีคล้าย ลูกสวาท หรือสีเทาอมเขียว มีทั้งเทาอ่อนและเทาแก่เกือบดำ นับได้ว่าเป็นพระชุดที่มีสีแปลกแตกต่างไปจากพระกรุอื่นๆ ของจังหวัดพิษณุโลก สีสวาทนี้เป็นสีที่มีเฉพาะกรุนี้กรุเดียว และพระองค์ที่มีสวาทจะมีราคาแพงกว่าสีอื่นๆ อีกด้วย หลักการพิจารณาพระนางพญาสุดสวาท 1. กรอบพระด้านขวา (องค์พระ) จะเป็น เส้นคู่ขนาน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของพระกรุนี้ ต้องจำให้แม่นยำ เว้นเฉพาะ พระพิมพ์อกนูน จะไม่มีเส้นคู่ขนานที่ว่านี้ 2. พิจารณาจากคราบราดำ เพราะพระกรุนี้อายุหลายร้อยปี อยู่ในกรุและจมดินอยู่นาน พระบางองค์จะเกิดคราบราดำเกาะติดอยู่ไม่มากก็น้อย เฉพาะพระสีดำหรือสีเขียวแก่มักจะปรากฏ คราบสีขาว แต่เท่าที่ผู้เขียนเห็นพระหลายองค์ พระบางองค์ ก็มีทั้งคราบราดำและคราบสีขาว ในองค์เดียวกัน 3. หากพระที่ท่านพบหรือได้มาเป็น สีสวาทเทา เชื่อได้ว่าเป็นพระแท้เพราะเป็นสีเฉพาะของพระกรุนี้เท่านั้น 4. พิจารณาจากแร่ดอกมะขาม หากพระองค์ใดถูกใช้มาแล้วจะปรากฏให้เห็น โดยเฉพาะพิมพ์หูถ่าง จะพบแร่ดอกมะขามมากกว่าพิมพ์อื่นๆ 5. พิจารณาจาก แร่ทรายทอง เพราะพระบางองค์จะมีทรายสีทองปรากฏให้เห็น ปัจจุบัน วัดสุดสวาสดิ์ มิได้เป็นวัดร้างดังเช่นแต่ก่อนอีกแล้ว เพราะชาวบ้านบางสะแก และบุคคลในตระกูล อมรวิวัฒน์ ได้ร่วมใจกันพัฒนา ก่อสร้างและบูรณะปฏิสังขรณ์เสนาสนะวัตถุ เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่บ้านเกิด โดยมีนายโช จันทรโชติ เป็นผู้แทนชาวบ้านทำหนังสือถึงนายอำเภอ เมืองพิษณุโลก เพื่อขอยกฐานะ วัดสุดสวาสดิ์ ขึ้นเป็นวัดที่มีพระภิกษุสงฆ์จำพรรษา พร้อมกับทำหนังสือขออนุญาตอาราธนา พระภิกษุสมปอง ตโมนุโท จากเจ้าอาวาสวัดราชบูรณะ จ.พิษณุโลก เข้าไปจำพรรษาและเป็นพระภิกษุ หัวหน้าปกครองวัดสุดสวาสดิ์...จนถึงทุกวันนี้ ผู้เขียนมีโอกาสเห็นพระชุดนี้หลายองค์ จึงใคร่ขอจำแนกพิมพ์ โดยอาศัยคำบอกเล่าของนักเลงพระรุ่นเก่าๆ ประกอบกับการพิจารณาจากที่ได้เห็นในขณะนี้ สรุปได้ดังนี้ หน้าเอียง 1 หน้าตรง 2 พิมพ์ต่างๆ มีดังนี้ 1. พิมพ์หูชิดหรือ หูกระต่าย พระพิมพ์นี้ นับว่าเป็นพระที่มีความงามกว่าทุกๆ พิมพ์ของพระกรุนี้ เริ่มแต่พระเกตุมาลาที่เรียวแหลม พระกรรณ สองข้างแนบชิดพระพักตร์อย่างสมส่วน พระพักตร์แบบผลมะตูมมีทั้งเอียงขวา(องค์พระ)เล็กน้อย และพระพักตร์ตั้งตรง สังฆาฏิคมชัดทั้งสองเส้น และองค์พระโดยรวมแล้วจะมีขนาดเล็กกว่าพิมพ์อื่นๆ 2. พิมพ์สังฆาฎิ ปลายพระกรรณด้านขวา (องค์พระ) กางออกมาผิดจากพระพิมพ์แรก และเห็นได้อย่างชัดเจน และมีสังฆาฏิเหมือนกับพิมพ์แรก พระเกตุมาลาไม่ค่อยชัดเจน เท่าที่พบขณะนี้แยกได้เป็นพิมพ์เล็กกับพิมพ์ใหญ่ 3. พิมพ์หูถ่าง หรือ พิมพ์หูช้าง เป็นพระที่มีพระกรรณด้านซ้าย (พระ) ใหญ่มาก และถ่างออกมามากกว่าพิมพ์อื่นๆ เส้นสังฆาฏิจะเป็นเส้นคู่ขนานกัน มีเนื้อละเอียด นุ่มกว่าพิมพ์อื่นๆ บางองค์มีแร่ดอกมะขามปรากฏให้เห็นอีกด้วย มีอยู่สองพิมพ์ คือพิมพ์เล็กและพิมพ์ใหญ่ 4. พิมพ์ตุ๊กตา พระกรรณทั้งสองข้างแตกต่างไปจากสามพิมพ์แรก คือพระกรรณทั้งสองข้างอยู่ขนาบข้างพระพักตร์ โดยอยู่ลอยๆ ไม่มีส่วนใดติด พระพักตร์เลย และพระกโบร (ข้อศอก) ซ้าย (องค์พระ) หักฉาก 5. พิมพ์อกนูน พระพิมพ์นี้มีรูปสัญลักษณ์ใกล้เคียงกับ พระนางพญา วัดนางพญา พิมพ์อกนูน มากทีเดียว ทรงพิมพ์ของพระโดยทั่วไปไม่ค่อยชัดเจน เท่าใดนัก พระที่พบขณะนี้มีไม่กี่องค์ กรอบพระด้านขวา (องค์พระ) ก็ไม่เป็นเส้นคู่ขนาน มีนักเลงพระบางท่านเรียกว่าพระพิมพ์นี้ว่า พิมพ์เทวดา 6.พิมพ์หูแหลม พระกรรณทั้งสองข้างของพระพิมพ์นี้แนบพระพักตร์ยาวลงมาจนจรดพระอังสา(บ่า) ปลายพระกรรณเรียวแหลม พระเกตุมาลา เล็กแหลมกว่าทุกพิมพ์ พิมพ์หูชี้ 7.พิมพ์หูชี้ พระกโบร(ข้อศอก)ทั้งสองข้างกางออกต่างจากพิมพ์อื่นๆ โดยที่พระกรรณทั้งสองข้างแนบพระพักตร์ แต่ปลายพระกรรณทั้งสอง ข้างกลับชี้ออก 8.พิมพ์หูติดบ่า เป็นพิมพ์ที่พระกรรณของพระทั้งสองข้างยาวลงมาจนถึงพระอังสา(บ่า)อีกพิมพ์หนึ่ง โดยพระกรรณเป็นเส้นนูนขนาดใหญ่ ปลายพระกรรณทั้งสองข้างไม่เรียวแหลมเช่นพิมพ์ที่ 6 หรือพิมพ์หูแหลม ข่าว : คมชัดลึก 15 กุมภาพันธ์ 2553
ราคา :
 
โทรศัพท์ :
 053432263, 0871122996
วันที่ :
 5/12/17 21:55:28
 
 
พระนางพญากรุวัดสุดสวาสดิ์ พระล้านนา.คอม เว็บ พระเครื่อง พระบูชา อันดับหนึ่ง ของภาคเหนือ ออกแบบเว็บไซต์โดย 2WinWeb design บริการรับทำเว็บไซต์
Copyright Pralanna.com All right reserved. © สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมายโดย บริษัท พระล้านนาดอทคอม จำกัด.