พระล้านนาดอทคอม แหล่งรวมพระเครื่องเมืองเหนือ

เบี้ยแก้ หลวงปู่แขก วัดบางบำหรุ


เบี้ยแก้ หลวงปู่แขก วัดบางบำหรุ


เบี้ยแก้ หลวงปู่แขก วัดบางบำหรุ

ขายแล้ว กลับหน้าร้าน
ชื่อพระ :
 เบี้ยแก้ หลวงปู่แขก วัดบางบำหรุ
รายละเอียด :
 

เบี้ยแก้หลวงปู่แขก วัดบางบำหรุ กรุงเทพมหานคร

หลวงปู่แขก (มรณภาพประมาณปี พ.ศ. 2466 อายุประมาณ 80 ปี) เป็นอดีตเจ้าอาวาส รุ่นที่ ๒
ต่อจากสมภารพราหมณ์(หรือพรหม)วัดบางบำหรุ กรุงเทพมหานคร วัดบางบำหรุเป็นวัดเก่าแก่ตั้งอยู่
ตำบลบางบำหรุ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ด้านฝั่งธนบุรี (อยู่หลังเซ็นทรัลปิ่นเกล้า) วัดนี้มีมาตั้งแต่
สมัยอยุธยาตอนปลายเคยมีการขุดพบพระเครื่องจากเจดีย์ใกล้วิหารเก่าเป็นพระเครื่องเนื้อดินเผาศิลปะ
สมัยอยุธยาตอนปลายทั้งสิ้น บริเวณวัดอยู่ต่อกับวัดสุวรรณคีรี (วัดขี้เหล็ก) และใกล้วัดนายโรง 
หลวงปู่แขก นั้นเป็นพระเกจิยุคเก่าที่แก่กล้าในพระเวทย์ วิทยาคม และโด่งดังมากในแถบ
ย่านบางบำหรุและท่านเป็นพระอาจารย์ของสมภารฉาย (เจ้าอาวาสลำดับต่อจากหลวงปู่แขกและสมภารฉายเป็น
พระอาจารย์ของหลวงพ่อรัตน์ สุมโน) หลวงปู่แขกเป็นพระร่วมสมัยเดียวกับพระปลัดทองซึ่งพระอาจารย์ของ
หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว แต่เนื่องจากประวัติของหลวงปู่แขก นั้นมีการจดบันทึกไว้น้อยมากประกอบกับ
ท่านสร้างวัตถุมงคลไว้ไม่มากและไม่ได้แพร่หลายไปยังพื้นที่ต่างๆ ประวัติของท่านจึงถูกลืมเลือนไปตามยุคสมัย
ที่ผ่านไปทำให้ปัจจุบันมีผู้ทราบประวัติและรู้จักท่านน้อย 
จากคำบอกเล่าของพระครูธรรมวิจารณ์ (ชุ่ม) อดีตเจ้าอาวาส วัดศรีสุดาราม (วัดชีปะขาว) 
เขตบางกอกน้อย ซึ่งเล่าไว้เมื่อปี พ.ศ. 2517 ขณะท่านอายุ 97 ปี พรรษา 71 ว่า หลวงปู่รอด วัดนายโรง
(ปรมาจารย์ทางเบี้ยแก้อันโด่งดัง) ได้เล่าให้ท่านฟังว่า หลวงปู่แขก วัดบางบำหรุ เป็นพระที่มาจากนครชัยศรี 
จังหวัดนครปฐม และหลวงปู่รอดได้ศึกษาวิชาเบี้ยแก้จากหลวงปู่แขก ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดบางบำหรุ 
ขณะที่หลวงปู่แขกมาอยู่ที่วัดบางบำหรุนั้น ท่านเป็นพระมาแล้วโดยได้ธุดงค์มาจากนครชัยศรี พื้นเพหลวงปู่แขก
เป็นชาวอยุธยาเป็นสหายกับพระปลัดปาน วัดตุ๊กตา (พระอุปัชฌาย์ของหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว) 
และพระปลัดทอง วัดกลางบางแก้ว (วัดคงคาราม) จังหวัดนครปฐม (พระกรรมวาจาจารย์และพระอาจารย์
ซึ่งสอนวิชาการต่างๆ และวิชาอาคมให้หลวงปู่บุญ) ส่วนหลวงปู่แขกจะมาธุดงค์มาจากวัดตุ๊กตา หรือ
วัดกลางบางแก้วนั้นไม่เป็นที่แน่ชัด พระปลัดปาน พระปลัดทองและหลวงปู่แขกนั้นเป็นสหายกันหรืออาจเป็น
ศิษย์ร่วมสำนักเดียวกัน 

 

      ดังนั้น วิชาเบี้ยแก้ของหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว และหลวงปู่รอด วัดนายโรงนั้นน่าจะมาจากแหล่งเดียวกัน คือวิชาเบี้ยแก้สายสมเด็จพระวันรัต วัดป่าแก้ว ซึ่งสืบทอดพุทธาคมจากสำนักวัดประดู่ในทรงธรรม ครั้งยุคกรุงศรีอยุธยา

 ‪#‎เบี้ยแก้ขลังวัดบางบำหรุ‬ 
เบี้ยแก้ เครื่องรางของขลัง ของไทย
เบี้ยแก้ เป็นเครื่องรางของขลังอันเก่าแก่มาแต่โบราณ การนำหอยเบี้ยมาเป็นเครื่องนั้นไม่ใช่ว่าจะมีอยู่แต่ในประเทศไทยเท่านั้น ในประเทศต่างๆ ก็ยังนำหอยเบี้ยมาเป็นเครื่องของขลังกันหลายประเทศ เช่น ในอินเดีย เขมร ลาว และอีกหลายๆ ประเทศ แต่คติการสร้างนั้นอาจจะแตกต่างกันไปครับ อย่างในอินเดียศาสนาพราหมณ์จะมีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับหอยหลายๆ อย่าง ถ้าเป็นเบี้ยจั่น เขาถือว่าเบี้ยนั้นเป็นตัวแทนพระลักษมี ส่วนของไทยเรานั้นมีการนำเบี้ยมาเป็นเครื่องรางมาแต่สมัยโบราณ คนไทยเรามักนำเบี้ยมาห้อยคอเด็ก ถือเป็นเครื่องรางทางด้านโชคลาภ และคุ้มกันสรรพอันตรายต่างๆ แม้แต่ในวรรณคดีขุนช้างขุนแผน หรือเรื่องอิเหนา ก็ยังกล่าวถึงเรื่องเบี้ยอยู่หลายด้วยกัน
การสร้างเบี้ยแก้ คือการนำปรอทที่ปลุกเสกแล้วเข้าไปอยู่ในตัวเบี้ย บางอาจารย์อาจจะเรียกปรอทจากธรรมชาติให้เข้าไปในตัวเบี้ย แล้วท่านก็หาวิธีอุดไว้ไม่ให้ปรอทหนีออกมาด้วยชันโรงใต้ดิน ที่ปลุกเสกแล้ว และหุ้มด้วยผ้าแดงหรือแผ่นตะกั่ว,แผ่นทองแดง แล้วจึงนำมาถักเชือก หรือหุ้ม ทำห่วงไว้ให้ ผูกเอวหรือห้อยคอ การสร้างเบี้ยแก้ ขั้นตอนสุดท้ายคือ การปลุกเสกกำกับอีกครั้งหนึ่ง ปรอทที่นำมาทำเบี้ยแก้เรียกว่า ปรอทเป็น โดยเมื่อเขย่าตัวเบี้ยแก้แล้ว จะได้ยินเสียงดังขลุกๆ อยู่ในตัวเบี้ย แต่ถ้าเป็นเบี้ยสายอ่างทองบางอาจารย์เวลาเขย่าเบี้ยจะมีเสียงดังแซกๆ พระคาถาป้องกันคุณไสย ป้องกันตัวกันกระทำย่ำยีต่างๆ การปลุกเสกบางครั้งเบี้ยแก้สามารถเดินได้เลยทีเดียว
เบี้ยแก้ เครื่องรางของขลังกันคุณไสย การสร้างเบี้ยแก้ ทำจากเบี้ยพลู และเบี้ยจั่น โดยเกจิอาจารย์จะนำปรอทธาตุศักดิ์สิทธิ์ บรรจุในตัวหอยเบี้ย อุดชันโรงใต้ดินแล้วลงอักขระเลขยันต์ปลุกเสกอีกครั้ง เบี้ยแก้ ใช้ป้องกันภูตผีปีศาจ ป้องกันไข้ป่า อยู่ยงเขี้ยวงาทุกอย่างป้องกันคุณไสย ป้องกันยาพิษ ยาสั่ง เรื่องของเบี้ย เคยเป็นกฎหมายไทยโบราณ กล่าวว่า "จะแต่งบุตรและหลานก็ให้ใส่แต่จี้เสมาภควจั่นจำหลัก ประดับพลอยแดงเขียวเท่านั้น อย่าได้ประดับเพชรถมยาราชาวดี ลูกประหล่ำเล่า ก็ให้ใส่แต่ลายแทงแลเกลี้ยงเกี้ยว อย่าให้มีกระจังประจำยามสี่ทิศ แลอย่าให้ใส่กระจับปิ้ง พริกเทศทองคำ กำไลทองใส่เท้า และห้ามอย่าให้ช่างทองทั้งปวงรับจ้างทำจี้เสมาภควจั่นประดับเพชรถมยาราชาวดี และกระจับปิ้ง พริกเทศทองคำ กำไลเท้าและแหวนถมยาราชาวดีประดับพลอย ห้ามมิให้ซื้อขายเป็นอันขาดทีเดียว ถ้าข้าราชการผู้น้อยแลอาณาประชาราษฎร์ ช่างทองกระทำผิดถ้อยอย่างธรรมเนียม แต่ก่อนจะเป็นโทษอย่างหนัก" คำว่า "ภควจั่น" เป็นคำสองคำ ภคว คำหนึ่ง ซึ่งเป็นชื่อย่อของ ภควดี หมายถึงพระลักษมีคำว่าจั่น คำหนึ่ง หมายถึง เบี้ยจั่น ภควจั่น จึงหมายถึง เบี้ยจั่นอันเป็นเครื่องหมายของพระลักษมีกฎหมายข้อนี้ แสดงถึงการแบ่งชั้นวรรณะของไทยในสมัยโบราณ ไม่ยอมให้สามัญชนห้อยเสมาภควจั่นประดับเพชรลงยาราชาวดี เพื่อสงวนไว้สำหรับลูกเจ้านายชั้นสูงเท่านั้น อนุญาตให้ห้อยได้เพียงจี้ภควจั่นที่เลี่ยมทองธรรมดาเท่านั้น

พุทธคุณเบี้ยแก้
เบี้ยแก้ นั้นเป็นเบี้ยที่ทำมาจากเบี้ยพลู และเบี้ยจั่น สร้างโดยพระเกจิอาจารย์ซึ่งนำปรอทที่ถือกันว่าเป็นธาตุศักดิ์สิทธิ์ มาบรรจุไว้ในตัวหอยเบี้ย แล้วอุดด้วยชันโรงใต้ดิน แล้วท่านจะลงอักขระเลขยันต์ จากนั้นก็นำมาปลุกเสกอีกครั้งหนึ่ง ใช้เป็นเครื่องรางของขลัง พุทธคุณเบี้ยแก้ ป้องกันภูตผีปีศาจ ป้องกันไข้ป่า อยู่ยงเขี้ยวงาทุกอย่าง ป้องกันคุณไสย ป้องกันยาพิษ ยาสั่ง รวมถึงอวิชชาอาถรรพ์อื่นๆ

‪ขอบคุณขอมูลเคดิตผู้เขียน 

 

ราคา :
 xx,xxx
โทรศัพท์ :
 0801352725, 0801352725
วันที่ :
 6/05/15 19:30:05
 
 
เบี้ยแก้ หลวงปู่แขก วัดบางบำหรุ พระล้านนา.คอม เว็บ พระเครื่อง พระบูชา อันดับหนึ่ง ของภาคเหนือ ออกแบบเว็บไซต์โดย 2WinWeb design บริการรับทำเว็บไซต์
Copyright Pralanna.com All right reserved. © สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมายโดย บริษัท พระล้านนาดอทคอม จำกัด.