ประวัติ พระพุฒาจารย์ มา อินทโร หรือ ที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ท่านเจ้ามา เป็นเจ้าอาวาสองค์ที่7 แห่งวัดจักรวรรดิ หรือ วัดสามปลื้ม ท่านเกิดเมื่อวันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2380 ที่อำเภอสามเพ็ง หรือ อำเภอสัมพันธวงศ์ในปัจจุบัน เมื่อเจริญวัยขึ้น บิดาตั้งชื่อว่า “ มา “ เมื่อเติบใหญ่ นายมาเป็นคนดุ คนจริง และ เป็นนักเลงใหญ่ไม่กลัวคน มีคนเกรงกลัวและ เป็นคนมีพวกมาก เมื่อคนเห็นนายมา ก็จะพูดว่า “จ้าวมาแล้ว” คำว่า “จ้าวมาแล้ว” นี่ต่อมาภายหลัง เมื่อท่านบวชเป็นพระภิกษุ คนก็ชอบเรียกกันว่า “ท่านเจ้ามา” ท่านได้อุปสมบถที่วัดจักรวรรดิ ได้ศึกษาพระธรรมและเรียนวิปัสสนากรรมฐานจนแตกฉาน หลังจากนั้นได้ออกธุดงค์ไปตามป่าเขา และ เล่าเรียนวิชาไสยศาสตร์จากสำนักและวัดต่างๆ จนมีความเก่งกล้าในพุทธาคมอย่างยิ่ง เริ่มสร้างพระเครื่อง เมื่อท่านได้สำเร็จวิชาและช่ำชองทั้งด้านวิปัสสนากรรมฐานและไสยเวทย์ต่างๆแล้ว ได้เดินทางกลับมาวัดสามปลื้ม ได้รับการแต่งตั้งเป็น” พระปลัด “ และ ได้เป็นหัวแรงในการสร้างพระพุทธบาทจำลอง ที่วัดสามปลื้ม โดยระยะนี้ท่านได้เริ่มสร้างพระพุทธรูปเนื้อโลหะในแบบพระชัยวัฒน์ หรือ พระกริ่ง แต่ไม่มีกริ่งบรรจุในองค์พระ ในช่วงชีวิตของท่าน เป็นเรื่องแปลกที่ท่านเจ้ามามักเกี่ยวข้องกับ "พระพุทธบาท" เสมอ ไม่ว่าจะได้รับการแต่งตั้งเลื่อนชั้นจาก “พระปลัด”โดยสมเด็จพ่อ รัชกาลที่ 5 ให้เป็น .”พระครูภาวนาวิจารย์ “ในวันที่13 พฤษภาคม พศ2432 และ ได้ถูกนิมนต์ให้เป็นผู้นำพระพุทธบาทจำลองไปประดิษฐานที่ "เกาะสีชัง" เมื่อเสร็จงานเรียบร้อย แล้ว ได้รับแต่งตั้งเป็น "พระมงคลทิพยมุนี" เจ้าคณะใหญ่แห่งเมืองสมุทรปราการ และ เป็น ผู้รักษา พระพุทธบาทเกาะสีชังด้วย ท่านได้สร้างเหรียญพระพุทธบาทเกาะสีชังและเป็นผู้ปลุกเสกด้วยครับ ต่อมาท่านก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ว่าการรักษา "พระพุทธบาทจำลองที่สระบุรี"อีกด้วย จึงเป็นเรื่องประหลาดที่วิถีชีวิตของท่านเจ้ามา มักจะเกี่ยวข้องกับ"รอยพระพุทธบาท"เสมอ แสดงว่า ท่านเป็นผู้มีบุญญาธิการสูง สมควรแก่การรักษา สิ่งที่เป็นตัวแทนของพระพุทธองค์ คือ พระพุทธบาท เนื้อพระ ท่านสร้างพระด้วยโลหะผสม มีหลายเนื้อ เช่น เนื้อทองผสม บางองค์ออกทองเหลืองประแจจีน ออกแดง ขันลงหิน หรือ แม้แต่เนื้อกลับดำ ก็มี แบบมีประกายเงินในแบบนวโลหะ หรือ ออกแก่ทองคำหรือ แก่เงิน หรือ แก่สำริดก็มีครับ แต่โดยทั่วไป เนื้อพระของท่านจะหนักไปทางทองเหลืองหรือทองแดง เพราะ ท่านมีเศษพระบูชาและ พวกโลหะทองเหลือง ทองแดงมากมายที่ได้จากการบูรณะรอยพระพุทธบาทที่สระบุรี และ ที่วัดนี้ยังมีการหล่อพระบูชาสร้างพระพุทธรูปบูชาอีกด้วย พวกเศษทองเหลืองจึงมีมาก วัสดุที่มาสร้างเนื้อพระ ส่วนสาเหตุที่เนื้อพระบางองค์กลับดำ ประกายเงิน หรือประกายทอง นั้น มีที่มาดังจะกล่าวต่อไปครับ ทำไมพระบางองค์จึงกลับดำ มีประกายเงิน หรือ ทอง ครั้งหนึ่งไฟได้ไหม้พระมณฑป อันเป็นสถานที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทที่สระบุรี สิ่งของที่มีค่าราคาประเมินไม่ได้ เช่น เสื่อเงิน เสื่อทอง ม่านทอง ผ้าซึ่งประดับเพชรพลอย และ ของมีค่าราคาสูงของกษัตริย์โบราณหลายยุคหลายสมัยที่สร้างถวายเป็นพุทธบูชา ได้สูญสิ้นไปกับเพลิงไหม้ครั้งนั้น ท่านได้เก็บเศษเสื่อเงิน เสื่อทอง ที่ไฟไหม้ และ เศษเงิน เศษทอง ที่ไฟไหม้ มาหล่อหลอมขึ้นมาเป็นเส้นทอง และ เส้นเงินใหม่ ในครั้งนั้น บางครั้งเศษเงินและทอง ก็กระเด็นออกจากเบ้าหลอม ท่านได้เก็บเศษโลหะเงินทองเหล่านั้น มาผสมกับเนื้อพระท่าน ทำให้ บางรุ่นเนื้อกลับดำออกประกายเงิน หรือ ประกายทองคำ นี่คือ ต้นกำเนิด พระเครื่องท่านเจ้ามาเนื้อกลับดำ มีประกายเงิน หรือ เนื้อประกายทองแก่ทองหรืออาจแก่เงินครับ ความสัมพันธ์กันระหว่างท่านเจ้ามา สมเด็จสังฆราชแพ วัดสุทัศน์ และ หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว ท่านเจ้ามาเปรียบเสมือนอาจารย์ เพราะก็เป็นคนถ่ายทอดและมอบตำราวิชาการสร้างพระกริ่งและชัยวัฒน์ แก่สมเด็จสังฆราชแพ แห่งวัดสุทัศน์ และเข้าใจว่าได้ถ่ายทอดการสร้างพระชัยวัฒน์แก่หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้วด้วย เพราะ พระหลายพิมพ์ของปู่บุญ เป็นพระพิมพ์ที่คล้ายและในลักษณะเดียวกับเจ้ามาเลยทีเดียว สมเด็จสังฆราชแพ ท่านเจ้ามา และ ปู่บุญ ทั้งสามท่านนี้ มีความสนิทสนมกันในทางธรรมวินัยมาก ทำให้ การสร้างพระกริ่ง และ ชัยวัฒน์ของสามท่านนี้ เกี่ยวเนื่องจากตำราเดียวกันทุกประการ และ เป็นที่นิยมในวงการอย่างสูงยิ่ง ค่านิยม พระชัยวัฒน์ของท่านเจ้ามา ถือ เป็นสุดยอดพระชัยวัฒน์อันดับหนึ่งของวงการ และ ถูกจัดให้อยู่ในทำเนียบเบญจภาคีชัยวัฒน์ อันประกอบไปด้วย พระชัยวัฒน์ท่านเจ้ามา วัดจักรวรรดิ พระชัยวฒน์หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว พระชัยวัฒน์สมเด็จสังฆราชแพ วัดสุทัศน์ พระชัยวัฒน์หลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง และ สุดท้ายพระชัยวัฒน์ไพรีพินาศ นอกจากคุณวิเศษมหัศจรรย์ในพระชัยวัฒน์ที่ท่านปลุกเสกด้วยไสยเวทย์กล้าแกร่งแล้ว ในทางปฎิบัติ ท่านก็เป็นพระเถระที่เอาใจใส่ในวิปัสสนาธุระ และ นวกรรมนับตั้งแต่เป็นพระภิกษุหนุ่ม จนถึง มรณภาพ ได้ทำชื่อ เสียงกิติคุณมาสู่วัดอันเป็นเอนกอนันต์ ดังปรากฎว่า มีผู้เคารพนับถือมากตั้งต้นแต่สมเด็จพระบรมบพิตาพระราชสมภารเจ้า รัชกาลที่ หก เจ้านายขุนนางตลอดจนลงมาถึงประชาชนทั่วไป และ เมื่อท่านถึงแก่มรณภาพพระสงฆ์สวดพระอภิธรรม ประจำ 1 สร้าง มีกำหนด 1 เดือน เป็นเกียรติยศยิ่ง กล่าวโดยสรุป ท่านเจ้ามา นอกจากจะเป็นผู้ได้รับสืบทอดตำราการสร้างพระกริ่งชัยวัฒน์โบราณสมัยอยุธยาในเข้ามาสู่เมืองไทยในยุคสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยหลักฐานท่านได้รับตกทอดมาจากสมเด็จกรมพระยาปรมานุชิตชิโนรส ท่านเจ้ามาได้เป็นผู้ก่อกำเนิดตำนานพระชัยวัฒน์อันยิ่งใหญ่แห่งเมืองไทย และท่านเคยมีดำริจะสร้างพระกริ่งตามตำรับเดิมที่ได้รับตกทอดมา เมื่อท่านอายุครบ 80 ปี แต่ท่านได้มรณภาพลงก่อนเมื่ออายุ 77 ปี ทำให้ตำรับดังกล่าวตกไปอยู่กับศิษย์ของท่านคือสมเด็จพระสังฆราชแพ วัดสุทัศน์ และ ตำนานพระกริ่งอันยิ่งใหญ่จึงก่อกำเนิดที่วัดสุทัศน์แต่นั้นมา พระที่ผมนำมาโชว์ในวันนี้เป็น พระ พิมพ์ฐานสูง ที่มีสภาพสวยมากองค์หนึ่ง เป็นพระแท้ ดูง่าย กล่าวกันว่าท่านสร้างพระพิมพ์นี้ในช่วงท้ายสุด ในช่วงปี พศ2455-57 ก่อนท่านมรณภาพไม่นานนัก พระพิมพ์นี้เคยมีผู้พบเป็นช่อไม่ได้ตัด พระพิมพ์นี้ผู้ได้รับตกทอดท่านสุดท้ายนำออกมาให้บูชาในปี พศ 2510 ปัจจุบันเริ่มหายากขึ้นและ ราคาแพงขึ้นทุกขณะทีเดียว เรียกได้ว่า ถ้าเช่าหัวปี กับท้ายปี ราคาต่างกันหลายพันแล้ว เนื่องด้วยเพราะเป็นพระชัยวัฒน์อันดับ 1 ของวงการ ต้นตำรับของพระชัยวัฒน์สายสังฆราชแพ และ หลวงปู่บุญเสียอีกครับ เพราะ ท่านคืออาจารย์ของสมเด็จสังฆราชแพและหลวงปู่บุญอีกทีหนึ่ง นี่แหละครับสาเหตุที่ทำให้วงการนิยมพระชัยวัฒน์ของท่านกันมาก
พระกริ่ง ยอดเชี่ยวชาญ อีกชำนาญ พระชัยวัฒน์โลหะ เนื้อถนัด จัดว่าเป็น เช่นตำราใครใคร่ ใฝ่เรียนรู้ ท่านคือครู ผู้ทรงค่าสืบทอด ถ่ายวิชา สังฆราชแพ เผยแผ่ไปปู่บุญ ก็สืบสาน จนชำนาญ ตามครูได้พระกริ่ง ยิ่งก้องไป พิมพ์ใดๆ ล้วนนิยมฐานสูง ล้ำสูงค่า บัวฟันปลา คนสั่งสมหน้าครุฑ ยอดนิยม พิมพ์แม่ค้า ท่านว่าดีหกเหลี่ยม หรือคอหนอก ใครมีบอก เสริมราศีบูชา ไว้เถิดดี หมั่นวันทา เจ้ามาเอย.
กระทู้แบบนี้ชอบมากครับ..ประเทืองปัญญาจริงๆ